วันอังคารที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ประวัติการพนัน ชีวิตและน้ำตา

ประวัติการพนัน ชีวิตและน้ำตา
นับ แต่มีการบันทึกประวัติศาสตร์มีหลักฐานว่ามนุษย์เล่นการพนันก่อนจะมีคาสิโน เปิดให้บริการมาเนิ่นนาน เป็นที่นิยมจนถึงขนาดติดงอมแงม อยู่บ่อยๆ การพนันสนุกเพราะทำให้มนุษย์เผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่สามารถคาดเดาผลลัพธ์ ได้

Adam Smith บิดาของวิชาเศรษฐศาสตร์สมัยใหม่ผู้เป็นนักสังเกตพฤติกรรมมนุษย์ที่ยอดเยี่ยมด้วยกล่าวไว้เมื่อ 200 กว่าปีมาแล้วว่าแรง จูงใจของการพนันมาจากความหยิ่งผยองของมนุษย์ว่าตนเองมีความสามารถสูงในการ เล่นพนัน และมาจากความมั่นใจอย่างผิดๆ ว่าตนเองเป็นคนมีโชค

เกม การพนันที่เชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดของมนุษย์ เกี่ยวพันกับการโยนลูกเต๋า โดยเล่นเกมที่มีชื่อว่า Astragali ในสมัยอียิปต์เมื่อ 3,500 ปีก่อนคริสตกาล อย่างไรก็ดีลูกเต๋ามีกำเนิดเมื่อ 40,000 ปีก่อนโดยใช้ประกอบพิธีทางศาสนาของมนุษย์สมัยโบราณ โดยเชื่อว่าใช้ในการทำนายอนาคต จากหลักฐานที่ขุดพบ ลูกเต๋าทำจากกระดูกข้อเท้าของแกะหรือสุนัข(พบลูกเต๋าถ่วงจากหลุมฝังศพของ ฟาห์โรด้วย) ในเวลาต่อมาเมื่อลูกเต๋ากลายเป็นเครื่องมือการพนัน พวกกรีกและโรมันก็ทำลูกเต๋าจากวัตถุงดงามอื่นๆ เช่น หินอ่อน อำพัน Onyx (หินใสหรือโมรา) ฯลฯ

สำหรับ ไพ่นั้นมีกำเนิดจากเอเชียโดยพัฒนามาจากไพ่ที่ใช้ทำนายโชคชะตา ไพ่ไม่เป็นที่นิยมในยุโรปจนกระทั่งถึงยุคประดิษฐ์การการพิมพ์ในศตวรรษที่ 15 ในตอนแรกไพ่ใบใหญ่และเป็น สี่เหลี่ยม มุมเป็นเหลี่ยม ไพ่เพิ่งพัฒนามาอยู่ในรูปของไพ่ปัจจุบันในศตวรรษที่ 19

การ พนันเป็นสีเป็นสันขึ้นเมื่อมีคาสิโน โดยมีเกมพนันหลายอย่างให้เล่น ในปี 1995 หนังสือพิมพ์ New York Times กล่าวถึงผลงานวิจัยของศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ที่ประมาณการว่า รัฐบาลอิลลินอยส์จ่ายเงิน 3 เหรียญเป็นต้นทุนแก้ไขปัญหาสังคมและอาชญากรรมต่อ ทุกหนึ่งเหรียญของรายได้ที่รัฐเก็บจากกาสิโน และในหนึ่งปีที่มีการเปิดกาสิโน 10 แห่งในรัฐไอโอวา บวกสนามแข่งม้าและหมา และสล็อตแมชชีน 24 ชั่วโมง การสำรวจพบว่าเกือบ 9 ใน 10 ของคนในรัฐเล่นการพนัน ร้อยละ 5.4 บอกว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการพนันเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 1.7 เมื่อ

เศรษฐศาสตร์ พฤติกรรมมนุษย์ได้ชี้ให้เห็นว่าการได้เงินจากการพนันก็จะไม่ทำให้มีฐานะดี ขึ้น ทั้งนี้เพราะปรากฏการณ์ที่เรียกว่า mental accounting กล่าวคือมนุษย์จะให้คุณค่าของเงินแต่ละหน่วยไม่เท่ากัน สำหรับเงินออมที่สำคัญต่อชีวิตจะเสมือนว่าเก็บไว้ในซีกสมองที่มีความ อนุรักษ์เงินที่หามาได้เป็นพิเศษ ไม่กล้าเสี่ยงลงทุนเพราะเกรงการสูญเสีย แต่สำหรับเงินที่ได้มาง่ายๆ หรือไม่คาดฝัน เช่น เงินเก็บตกได้ เงินมรดก เงินรางวัลจากลอตเตอรี่ เงินได้มาฟรีๆ เงินได้จากการพนัน เงินที่ได้มาโดยไม่ได้ออกแรง ฯลฯ มนุษย์จะเสมือนว่าเก็บมันไว้อีกซีกหนึ่งของสมอง จะใช้จ่ายออกไปอย่างง่าย อย่างขาด "ความเคารพ" เมื่อเทียบกับเงินในอีกซีกของสมอง

ด้วย เหตุนี้เราจึงไม่เคยเห็นคนที่รวยจากการพนัน เมื่อได้มาก็จ่ายไปอย่างง่ายดาย และเมื่อเสียก็ต้องพยายามหาทางแก้ตัวเพื่อเอาเงินคืนมา และได้คืนมายากเพราะยามเมื่อคิดแค้นจะเอาคืนก็มักขาดสติ และเมื่อสติหายไปโอกาสจะชนะก็ยิ่งยากขึ้น

ปรากฏการณ์ อย่างหนึ่งที่ทำให้ขาดสติก็คือมนุษย์ส่วนใหญ่มักเป็นพวก loss averse (เกรงกลัวการสูญเสีย) กล่าวคือมนุษย์มีความรู้สึกเจ็บปวดจากการสูญเสียเงินจำนวนหนึ่งมากกว่าความ ยินดีที่ได้รับจากการได้เงินจำนวนเดียวกัน ข้อเท็จจริงนี้นักเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมหลายคนได้พิสูจน์ให้เห็นจากการทดลอง เมื่อมนุษย์เสียพนันจะเสียดายเงินและเจ็บปวด ความรู้สึกเช่นนี้จึงมักนำไปสู่การขาดสติจนมีโอกาสเสียพนันมากยิ่งขึ้นิ

ที่มา http://www.oknation.net/blog/casino/2008/06/01/entry-1

วิธีเอาชนะเมื่ออยู่ในบ่อน

วิธีเอาชนะเมื่ออยู่ในบ่อน

ผม อยากจะบอกแนวทางหรือข้อมูล เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับคนที่ต้องการจะไปหารายได้พิเศษ(กับบ่อน) น่าจะศึกษาสิ่งต่อไปนี้ ซึ่งส่วนตัวก็ใช้อยู่ครับ

1.ศึกษากลวิธีของฝ่ายตรงข้าม(คาสิโน)
ทุก คนทราบอยู่แล้วว่าคาสิโนเขาตั้งขึ้นมาเพื่อเอาเงินจากผู้ไปเล่น หลักการที่เขาศึกษา โดยพื้นฐานก็มาจากหลักจิตวิทยา และพฤติกรรมของคนเล่น โดยเอาหลักตรรก ความน่าจะเป็นทางคณิตศาสตร์มาใช้กับอุปกรณ์ของเล่นชนิดต่าง ๆ เพื่อเป็นตัวกลางในการพนัน เพราะฉะนั้นการพนันทุกสิ่งเขาจะรู้แล้วว่าโอกาสที่จะเป็นไปได้ที่ฝ่ายไหนจะ ชนะเท่าไหรนั้นโอกาสจะเกิดขึ้น หรือความน่าจะเป็นอย่างไร (สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สามารถค้นหาได้จากอินเทอร์เน็ต) อย่าลืมว่าคนที่ทำงานในคาสิโนระดับสูง ๆ(จอมวางแผนหรือผู้ดูแล ควบคุม วางแผน การเล่น) จะผ่านการศึกษามาจากสถาบันมีชื่อทั้งนั้น เช่นในยุโรป ที่เคยไปอยู่(เยอรมัน ออสเตรีย)จะมีสถาบันให้เปิดหลักสูตรคาสิโน มีนักศึกษาไปเรียนเยอะมาก เพราะฉะนั้นเราก็ควรที่จะรู้ข้อมูลที่พวกนี้ร่ำเรียน หรือศึกษาว่าอย่างไร (รู้เขารู้เรารบสิบครั้ง ชนะ ยี่สิบครั้ง 555)

2.ศึกษาธรรมชาติหรือศาสตร์ของสิ่งที่เราต้องการเอาชนะ(ประเภทของการพนันที่จะเล่น)
การ พนันแต่ละชนิดจะมีวิธีการของมันอยู่ ว่าความน่าจะเป็นที่ฝ่ายไหนจะชนะจะเป็นอย่างไร ซึ่งผลดังกล่าว คาสิโนเขาก็จะนำมาออกแบบกฏการเล่นต่างๆ ถ้าอันไหนโอกาสออกน้อย ถูกยาก ก็รางวัล อันตราต่อรองสูง อันไหนชนะง่ายกว่ารางวัลหรืออัตราต่อรองก็น้อยตาม หรือเสมอกัน (ใน อินเทอร์เน็ตจะมีการแนะนำ และโอกาสที่จะชนะไว้หมด กับการพนันทุกประเภท) ที่เราจำเป็นต้องรู้เพราะจะได้รู้ว่าถ้าเราเล่นเมื่อไหรโอกาสเราจะถูกหรือ ชนะ ได้เงินเป็นเท่าไหร มีโอกาสมากน้อยเพียงใด ไม่ใช่ตะบี้ตะบันเล่นหว่านไปอย่างงั้น(หลายคนหรือส่วนมากจะเป็นแบบนี้)

3.ศึกษาวงจรการทำงาน(เล่น)ของเขาและของเรา
การ เล่นกับการพนันแต่ละอย่างมันจะมีวรจรการทำงานของมันอยู่ ทั้งตัวเจ้ามือและผู้เล่น จะสังเกตว่าบ่อนเขาจะเปลี่ยนคนประจำที่(เดยลเลอร์) บอ่ยมาก 15-20 นา ที่ ทั้งชุดหรือคน เพราะเหตุใด เราจะใช้ประโยชน์คนเหล่านี้ได้อย่างไร วงจรทำงานของเราบ้าง ว่าการเล่นของเราเป็นอย่างไร จะเห็นว่าถ้าใครเคยเล่นจะรู้ว่าช่วงไหนเรามีได้บ้าง มีเสียบ้าง ได้เพราะอะไร เสียเพราะอะไร ไม่น่าจะเสียก็เสียเพราะอะไร สิ่งเหล่านี้ต้องนำมาวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาตนเอง อย่างตัวผมเองจะรู้ว่าช่วงไหนตนเองน่าจะเล่นและวงไหนน่าจะขึ้นไปนอน หรือดูหนังฟังเพลงก่อน (เท่าที่คุยหลายคนจะคล้าย ๆ กัน และคนพวกนี้ก็จะเล่นช่วงจังหวะที่ตนน่าจะเล่นเท่านั้น) สำหรับคนที่นั่งจ้อหน้าโต๊ะตั้งแต่เช้ายันเย็น รับรองเล่น 99 % เสียมากกว่าได้ เพราะอะไร (น่าจะรู้ดี: นักรบ กองทัพ กระสุน อารมความรู้สึก )

4.ศึกษาอารมณ์ ความรู้สึก และพฤติกรรมของตนเองจากการทำงาน(เล่น)(ซึ่งสำคัญที่สุด)
คน เล่นจะรู้ว่าอารมณ์ ความรู้สึก จิตใจตนเองเป็นอย่างไร ได้ช่วงไหน ได้แล้วไม่เอา แล้วก็เสียหมด ทำไหมเสีย ไม่น่าเสียก็เสีย หน้ามืด หงุดหงิด เพราะอะไรนั้นต้องสำรวจดู และนำมาพัฒนาและปรับปรุงตนเอง ให้ดีขึ้นและอย่าเดินตามรอยเดิม หาสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเราให้ได้ ถ้าทำไม่ได้เราก็แพ้ตลอด และอยากเสนอว่าถ้าทำไม่ได้ไม่ควรไป อยู่กับบ้าน ทำงานอะไรก็ได้ดีที่สุด

5.ศึกษาสภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อมที่เราทำงาน(เล่น)
บาง คนไปเล่น ไปเห็นบรรยากาศแล้วหลงแสงสี ไหนจะได้ฟังเพลง สาวนุ่งน้อยห่มน้อยมาร้องเพลง มาเต้นให้ดู ข้างๆ ก็มีแก้วไวท์ เบียร์ เหล้า มีคนคอยเอาอาหารมาเชิฟ ว่าแล้วเล่นอย่างเดียวเสียเท่าไหรไม่ว่า มารู้อีกที่หมดตัวแล้ว คนที่มาดูแลก็หนีหมดแล้ว ดังนั้นเวลาเราไปเพื่อหารายได้(เอาเงิน) ถ้าช่วงไหนบรรยากาศสิ่งแวดล้อมแย่ ทำให้อารมณ์เคลิปเคลิมหรือทำให้หงุดหงิด อย่าพยายามเล่น เพราะเมื่อเราไม่มีสมาธิแล้ว อย่าเล่นดีกว่าครับ โอกาสเสียเยอะ เพราะบรรยากาศสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ที่คาสิโนสร้างขึ้น มันเป็นหลักจิตวิทยาเพื่อเอาชนะผู้ไปเล่นอยู่แล้วเพราะฉะนั้นอย่าไปหลงกล ทางที่ดีนั่งฟังเพลงอย่างเดียว ดืมอย่างเดียว สบายใจสบายอุราดีกว่าครับผม

6.เก็บข้อมูล ทางเทคนิค และแทรคติกจากผู้พวกบ่อน(เดลเลอร์)และอาวุโส(ผู้มีประสบการณ์)
ใคร จะไปที่นั้นจะได้ฟังข้อมูล วิธี เทคนิค การเล่นต่าง ๆ ตั้งแต่ขึ้นรถ จนถึงลงรถเลยละครับ(ไปกับรถทัวร์) และในคาสิโนก็มีผู้เยี่ยมยุทธ(ทั้งที่ผู้พ่ายแพ้และผู้ชนะ)มากมายที่พร้อมจะ อธิบายวิทยายุทธ แสดงวิชายุทธให้ท่าน ๆ เราได้เห็นกันเยอะแย่ ทั้งบู๊และบุ้น เราก็เก็บเกี่ยวข้อมูลวิชาที่ดีดี เพื่อมาเป็นข้อมูลในการพัฒนาวิชายุทธของเรา(เอาเฉพาะที่ใช้กับเราได้และเป็น ผลดีต่อเรานะครับ) เจ้าหน้าที่บ่อนที่เราเล่นด้วยบ่อยครั้งจะมีข้อมูลดีดีเด็ดให้กับเรา ซึ่งบางอย่างมีประโยชน์มาก ๆ เราควรนำกลับมาเป็นข้อมูลพัฒนาตัวเราด้วย ที่สำคัญข้อมูลการเล่น ทางสถิติ ที่ที่จดบันทึกกันทิ้งไว้บนโต๊ะนะเก็บ ๆ มาบันทึกเก็บข้อมูลไว้บ้างก็ดี เพื่อนำมาวิเคราะห์พิจารณาสถิติความน่าจะเป็น อย่าลืมว่าบ่อนเขาก็ใช้คนเป็นคนวางแผนการเล่น ออกแบบ ถึงบางอย่างจะให้คอมพิวเตอร์จัดการก็ตามเถอะ ถึงจะมีวิธีมากมายหลายพันวิธี แต่บังเอิญหลาย ๆ วิธีที่เราเก็บรวบรวมมาวิเคราะห์ มาดูเป็นข้อมูลการเล่น ดันไปโป๊ะแช่เข้าสักวันอะไรจะเกิดขึ้นครับ รวยเละ

ขอบคุณ คุณนักจรยุทธพนัน(ฉกฉวย) จาก เวบท่องเที่ยวทั่วไทย

ที่มา http://www.oknation.net/blog/casino/2007/09/21/entry-2

การพนันคืออะไร? ที่มาของคาสิโน

การพนันคืออะไร? ที่มาของคาสิโน

การพนัน (Gambling) หมายถึงสิ่งต่อไปนี้
1. เป็นการเล่นเพื่อเอาเงินหรือสิ่งอื่นใดก็ตามด้วยการเสี่ยงโชค (พจนานุกรมฉบับ ราชบัณทิตยสถาน,๒๕๒๕:๕๗๕)
2. เป็นการเล่นเกมเพื่อเอาเงิน หรือเสียงต่อการลงทุนด้วยเงินหรือสิ่งของเพื่อผลตอบแทนที่มากกว่า (Macmillan,๑๙๗๙:๔๒๑)
การพนัน:ทำไมจึงต้องเล่น
การที่นำเสนอคำว่าเล่นมาผูกติดกับการพนันอาจมีที่มาที่ไปดังนี้

1. โดยความหมาย เล่นหมายถึงการทำเพื่อสนุกสนานหรือเพลิดเพลินเป็นเฉพาะ ดังนั้นเมื่อนำมาพ่วงกับการพนันจึงเป็นการเสี่ยงโชคเพื่อผลตอบแทนและเล่น หรือกระทำด้วยความสนุกสนาน
2. ถ้าหากการเล่น เป็นการกระทำหรือดำเนินการเพียงเพื่อความสนุกสนาน ไม่มีแรงจูงใจอย่างอื่น ประเทศที่พัฒนาแล้วเกือบทั่วโลกคงไม่ลงทุนสร้างแหล่งการพนันใหญ่โตเป็นจำนวน หลายร้อย หลายพันล้านบาท ประเทศไทยของเราก็เคยคิดเหมือนกันว่าเราควรจะมีบ่อนการพนันครบวงจรเหมือน ประเทศเพื่อนบ้านเราหรือไม่ ดังนั้นการเล่นการพนันคงไม่ใช่เรื่องที่จะทำเล่น ๆหรือทำง่าย ๆคงต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด
3. ได้อะไรเสียอะไร เมื่อ การเล่นการพนันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ การได้การเสียจึงต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอนไม่ช้าก็เร็ว ส่วนจะเกิดกับใคร เท่าไรนั้นก็สุดแล้วแต่ใครเข้าไปเล่นโดยตรงแค่ไหน

ที่มา http://www.oknation.net/blog/casino/2007/06/15/entry-1
SLOT MACHINE ตอนที่๒
ตอนที่ 2. ทำไมเล่นแล้วอยากเล่นอีก

เสน่ห์ของการเล่นสล็อตแมชชีน คล้าย ๆ กับการเล่นหวย คือเสียเดิมพันเพียงเล็กน้อยมีสิทธิ์ได้รางวัลมาก หรือบางครั้ง สถานคาซิโน จะดึงดูดให้ผู้เล่นให้นานที่สุด โดยจะมีแจคพอต ให้เป็นเงินแจกให้ผู้เล่นแบบสุ่ม ครั้งละ 2 พัน-1 หมื่นบาท บางสถานที่จะรวมกลุ่มสล็อตแมชชีน เข้าด้วยกันและจะให้รางวัลแบบสะสม คือรางวัลใหญ่จะมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นที่บ่อนปอยเปต เปิดตัวสล็อตแมชชีน แบบโปรเกรสซีสสล็อตแมชชีน โดยรางวัลสูงสุดที่ 5 ล้านบาท สะสมจนผู้ที่ถูกรางวัลเร็ว ๆ นี้ ได้รางวัลไป 6 ล้านกว่าบาท แต่กว่าจะจ่ายได้ก็ใช้เวลา 3 ปีกว่า เจ้าของก็ทำกำไรเป็นหลัก 100 ล้านไปแล้ว ปัจจุบัน นี้เครื่องสล็อตแมชชีนได้พัฒนาไปมากขึ้น มีการละเล่นหลากหลาย มีรางวัลจ่ายพิเศษให้เล่นเป็นเกมส์เล็ก ๆ ผนวกเข้ามาด้วยจุดประสงค์ก็เพื่อดึงดูดผู้เล่นให้เล่นให้เล่นให้นานมากที่ สุด

ที่มา http://www.oknation.net/blog/casino/2007/06/01/entry-1

SLOT MACHINE ตอนที่๑

SLOT MACHINE ตอนที่๑
ตอนที่ 1. ประวัติความเป็นมา

“โจรแขนเดียว “ ,”เสือหิว” หรือ SLOT MACHINE เป็นเครื่องเล่นที่ออกแบบโดยวิศวกรชาวเยอรมัน ชื่อ Charles Fey ที่อพยพไปอยู่ อเมริกาที่เมืองซาน ฟรานซิสโก ได้ คิคเครื่องนี้ขึ้นในปี ค.ศ. 1898 เขาได้ออกแบบเป็นรูประฆัง และวางให้เช่าแก่ร้านต่าง ๆ โดยแบ่งรายได้คนละครึ่ง ต่อมานักธุรกิจชาวชิคาโกชื่อ Herbert Mills ได้ เอาเครื่องนี้มาดัดแปลงเล็กน้อยโดยออกแบบให้เป็นรูปเลมอน พลัม เชอร์รี่ และบาร์ ซึ่งสัญลักษณ์ยังใช้กันอยู่จนทุกวันนี้ ปัจจุบันเครื่องสล็อตแมชชีนได้พัฒนาไปจากเดิมเป็นอย่าง รูปแบบจากเดิมเป็นเล่นแถวเดียว 3 ช่อง ใช้มือโยก ก็พัฒนาเป็นจอคอมพิวเตอร์ เลือกเล่นได้หลายแถว แต่ละแถวก็สามารถเลือกได้ว่าจะเดิมพันจำนวนเท่าไหร่ เรียกว่าเครื่องเดียวสามารถให้คนเดิมพันได้หลากหลาย รางวัลก็จะออกแบบให้คล้ายเล่นเกมส์มากขึ้น ทำให้ถูกรางวัลง่ายขึ้น มีแจคพอตประจำบ่อน ที่ลาสเวกัส ถึงกับมี เมก้าแจคพอต ซึ่งเป็นรางวัลร่วมกันระหว่างบ่อนต่าง ๆ จ่ายกันทีเป็นร้อยล้านบาททีเดียว

ที่ เล่ามาจะเห็นได้ว่ารูปแบบของการเล่นสล็อตแมชชีน ตั้งแต่ปี 1898 เป็นต้นมาก็คือ ใส่เหรียญ แล้วใช้มือโยกให้วงล้อที่มีรูปสัญญลักษ์ติดอยู่ เมื่อใดที่รูปเหล่านั้นหมุนมาตรงกัน 3 ตัว ก็จะมีเสียงและเงินรางวัลก็จะไหลออกมาจากช่องจ่ายเงิน กระทบกับถาดโลหะเป็นเสียงดัง การเล่นที่ง่ายและสะดวก ได้รับเงินคืนทันใจ เสียงเหรียญกระทบกันเป็นเสน่ห์ของการเล่น สล็อตแมชชีน กล่าวกันว่าเป็นที่นั่งคอยของเหล่าภรรยาที่สามีทิ้งไว้เพื่อไปเล่นการพนัน อย่างอื่น แต่ ปัจจุบัน สถานคาสิโนจะสรรหาเครื่องเล่นแบบใหม่ใหม่ จำนวนมากวางเรียงรายอยู่รอบสถานคาสิโน ผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า สถานคาสิโนบางแห่ง ได้กำไรจากเครื่องสล็อต แมชชีน พอมาเป็นค่าใช้จ่าย และค่าจ้างพนักงานได้เลยทีเดียว

เหตุที่เครื่องสล็อตแมชชีน สามารถทำกำไรได้อย่างมหาศาลมาจากการที่สถาบันการพนัน จะกำหนดให้เครื่องสล็อตทุกเครื่อง ใช้สมองกลที่ใช้ตัว IC RANDOM NUMBER (ตัวสุ่มตัวเลข) โดยที่จะให้ผลตอบแทนอยู่ที่ 95 – 97 % หมาย ความว่า ถ้าเครื่องรับเงินเข้าไป 100 บาท จะต้องจ่ายผลตอบแทน 95 -97 บาท ้บางคนเล่นไม่กี่ทีก็ได้เงินออกมามาก บางคนเล่นทั้งวันมีแต่เสียเงิน จึงทำให้เป็นเสน่ห์ของการพนันแบบนี้

ที่มา http://www.oknation.net/blog/casino/2007/05/27/entry-1

ประวัติคาสิโนและการพนันในประเทศไทย ตอนที่๑

ประวัติคาสิโนและการพนันในประเทศไทย ตอนที่๑

หลัก ฐานทาง ประวัติศาสตร์ที่น่าเชื่อถือระบุเอาไว้ว่า ประมาณปี พ.ศ.1450 มีการเล่นการพนันที่เรียกว่า ‘กำถั่ว’ แล้ว และประมาณ พ.ศ.2100 ในแผ่นดินสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ สมัยอยุธยามีการเล่นการพนันที่เรียกว่า ‘โป’ ซึ่งต่อมาในคาสิโนได้บรรจุเกมนี้เข้าไปอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์จะค่อนข้างเลือนลาง แต่ก็เป็นที่รับรู้กันว่า คนไทยนั้นนิยมเล่นการพนันเป็นอย่างมาก ดังปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรจากบันทึกของ ‘มองสิเออร์ เดอ ลาลูแบร์’ (Monsieur De La Loubere) เอกอัครราชทูตพิเศษฝรั่งเศส ซึ่งพระเจ้า หลุยส์ที่ 14 ส่งเข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีสมัยสมเด็จพระนารายณ์ ในปี พ.ศ.2230 ลาลูแบร์บันทึกเอาไว้ว่า

“ ชาว สยามอยู่ข้างค่อนรักเล่นการพนันเสียเหลือเกิน จนถึงจะยอมผลาญตัวเองให้ฉิบหายได้ ทั้งเสียอิสรภาพความชอบธรรมของตัวหรือลูกเต้าของตัว ด้วย ในเมืองนี้ใครไม่มีเงินพอจะใช้เจ้าหนี้ได้ก็ต้องขายลูกเต้าของตัวเองลงใช้ หนี้สิน และถ้าแม้ถึงเช่นนี้แล้วก็ยังมิพอเพียง ตัวของตัวเองก็ต้องกลายตกเป็นทาส การละเล่นพนันที่ไทยรักเป็นที่สุดนั้นก็คือ ติกแตก ชาวสยามเรียกว่า สะกา...”

สำหรับ รูปแบบการเล่นการพนันซึ่งเป็นนิยมกันนั้น โดยมากมักใช้ ‘สัตว์’ ตั้งแต่ขนาดเล็ก เช่น จิ้งหรีดและปลากัด ไปจนถึงสัตว์ขนาดใหญ่ เช่น วัว ควาย หรือช้าง ทั้งนี้ สัตว์ที่มาแรงที่สุดเห็นจะหนีไม่พ้น ‘ไก่ชน’ โดยที่เจ้าของบ่อนจะหักเงินค่าบำรุงบ่อนอย่างน้อยร้อยละ 10 จากจำนวนเงินเดิมพัน

ต่อมาเมื่อเวลาผ่านไป และประเทศไทยเริ่มติดต่อทำมาค้าขายกับชาวต่างชาติ มากขึ้น การพนันรูปแบบใหม่ๆ ก็ได้หลั่งไหลเข้ามาเพิ่มเป็นลำดับ และหนึ่งใน การพนันที่ปรากฏขึ้นและได้รับความ นิยมคือ การเล่นถั่วโปซึ่งมีข้อสันนิษฐานที่น่าเชื่อถือได้ว่า เข้ามาเป็นครั้งแรก ในสมัยอยุธยาตอนปลาย ระหว่างปี พ.ศ.2231- พ.ศ.2275 อาจเป็นสมัย พระเพทราชา พระเจ้าเสือหรือพระเจ้าท้ายสระ องค์ใดองค์หนึ่ง โดยได้รับอนุญาตจากรัฐบาลและรัฐก็เก็บภาษีจากการเล่นนี้

ที่มา http://www.oknation.net/blog/casino/2008/06/06/entry-1